จิตวิทยา

ภาวะไม่รู้ใบหน้า

ภาวะไม่รู้ใบหน้า หรือ ภาวะเสียการระลึกรู้ใบหน้า หรือ ภาวะบอดใบหน้าเป็นความผิดปกติของการรับรู้ใบหน้า โดยที่สมรรถภาพในการรู้จำใบหน้าเกิดความเสียหาย ในขณะที่การประมวลข้อมูลอื่นๆ ทางสายตาเช่นการแยกแยะวัตถุ และประสิทธิภาพในด้านความคิดอื่นๆเช่นการตัดสินใจ ไม่มีปัญหาอะไร ศัพท์นี้ดั้งเดิมหมายถึงอาการที่เกิดขึ้นที่เกิดจากความเสียหายในสมองอย่างรุนแรง (คือภาวะบอดใบหน้าเกิดภายหลัง) แต่ว่า แบบที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด (คือมีความผิดปกติในช่วงพัฒนา) ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน และอาจจะเกิดขึ้นกับจำนวนประชากรถึง 2.5 % slotxo เขตในสมองที่เกี่ยวข้องกับภาวะบอดใบหน้าก็คือรอยนูนรูปกระสวย (fusiform gyrus)ซึ่งมีกิจเฉพาะคือการตอบสนองต่อใบหน้า เพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่างเช่นนี้ คนโดยมากจึงสามารถรู้จำใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าสามารถรู้จำวัตถุที่มีความซับซ้อนในระดับใกล้เคียงกัน แต่สำหรับผู้มีภาวะบอดใบหน้า สมรรถภาพในการรู้จำใบหน้าต้องอาศัยระบบประสาทที่รู้จำวัตถุ ที่มีความว่องไวต่อการรู้จำใบหน้าที่น้อยกว่า xoslot แม้ว่าจะได้มีการพยายามเพื่อหาวิธีรักษา แต่ก็ไม่มีการรักษาใดๆ ที่ช่วยผู้มีภาวะบอดใบหน้าให้มีอาการดีขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันทุกๆ คน ผู้มีภาวะนี้มักจะต้องใช้วิธีการรู้จำใบหน้าโดยการสังเกตเป็นส่วนๆ คือสังเกตลักษณะของส่วนประกอบใบหน้าไปทีละอย่าง และอาจจะต้องใช้ตัวช่วยอย่างอื่นเช่น เสื้อผ้า ท่าเดิน สีผม รูปร่าง และเสียง และเพราะว่าใบหน้าดูเหมือนจะมีความสำคัญในระบบความจำ ผู้มีภาวะนี้อาจจะมีปัญหาในการจำข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบุคคล และในการเข้าสังคม เครดิตฟรี ภาวะบอดใบหน้ามี 2 ประเภท ได้แก่ แบบที่เกิดภายหลัง และแบบที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด (คือมีความผิดปกติในช่วงพัฒนา) แบบที่เกิดภายหลัง …

Continue Reading
จิตวิทยา

ปัญหาในการเห็นความเคลื่อนไหว

ความรู้สึกของ LM เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับทิศทางของความเคลื่อนไหว (คือแนวนอน หรือแนวตั้ง) ความเร็ว และอยู่ที่ตรงกลางของทางการเคลื่อนไหว หรือติดตามวัตถุนั้นด้วยตาหรือไม่ แสงสว่างวงกลมถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นเป้าหมาย ในการทดลองหลายงาน LM แจ้งว่า มีความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวในแนวนอนที่ความเร็ว 14 องศาต่อวินาที ในจุดลานสายตาหนึ่ง เมื่อกำลังเพ่งตรึงดูที่ตรงกลางของทางการเคลื่อนไหว โดยมีความยากลำบากในการเห็นความเคลื่อนไหวที่มีความเร็วที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่านี้ ถ้าสามารถติดตามแสงทดลองที่กำลังเคลื่อนอยู่ด้วยตา เธอจะมีการเห็นการเคลื่อนไหวแนวนอนบางอย่างจนกระทั่งถึงระดับความเร็ว 18 องศาต่อวินาที สำหรับการเคลื่อนไหวแนวตั้ง LM สามารถเห็นความเคลื่อนไหวที่มีความเร็วน้อยกว่า 10 องศาต่อวินาที ถ้าเพ่งตรึง (ที่ตรงกลางของทางการเคลื่อนไหว) หรือจนกระทั่งถึงความเร็ว 13 องศาต่อวินาที ถ้าติดตามจุดที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยตา เธอพรรณนาประสบการณ์รับรู้ของตัวกระตุ้นที่มีความเร็วสูงกว่า 18 (แนวนอน) และ 13 (แนวตั้ง) องศาต่อวินาทีว่า จุดแสงหนึ่งซ้ายหรือขวา หรือ จุดแสงบนหรือล่าง และ บางครั้ง ตำแหน่งต่างๆ ในระหว่างไปตามลำดับ แต่ไม่เคยเลยว่า เป็นความเคลื่อนไหว slotxo การเคลื่อนไหวในแนวลึก เพื่อที่จะกำหนดการรับรู้ความเคลื่อนไหวในแนวลึก ผู้ทำการทดลองได้ทำการเคลื่อนลูกบาศก์ไม้สีดำบนโต๊ะ ไปทางคนไข้หรือไปจากคนไข้ ในเขตที่คนไข้เห็นได้ …

Continue Reading
จิตวิทยา

ภาวะไม่รู้ความเคลื่อนไหว

ภาวะไม่รู้ความเคลื่อนไหว หรือ ภาวะเสียการระลึกรู้ความเคลื่อนไหว หรือ ภาวะบอดความเคลื่อนไหว akinetopsia หรือ cerebral akinetopsia เป็นโรคทางประสาทจิตวิทยาที่มีน้อยมากอย่างหนึ่ง ที่คนไข้ไม่สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวในลานสายตา ถึงแม้ว่าจะสามารถเห็นวัตถุที่อยู่นิ่งๆ ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร คือ โลกปรากฏโดยปราศจากความเคลื่อนไหว ความรู้ที่มีเกี่ยวกับภาวะนี้ ได้มาจากกรณีศึกษาในคนไข้ผู้หนึ่งเรียกว่า “แอลเอ็ม” ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลสำหรับผู้มีภาวะนี้ slotxo ประเภทของโรค ภาวะบอดความเคลื่อนไหวรู้จักกันว่าเป็นโรคทางประสาทจิตวิทยา เพราะว่า ความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของสมอง (โดยทั่วไปคือรอยโรค) เข้าไปรบกวนระบบการทำงานที่ทำเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึก ซึ่งในกรณีนี้ก็คือข้อมูลทางสายตา การประมวลผลความเคลื่อนไหวทางตา เป็นกิจของสมองเฉพาะที่ ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่จะมีความเสียหายต่อการรับรู้ความเคลื่อนไหวทางตาเท่านั้น เหมือนกับปัญหาการรับรู้สีที่เกิดขึ้นโดยลำพังในภาวะเสียการระลึกรู้สึก xoslot ลักษณะของโรค ภาวะบอความเคลื่อนไหวเป็นความไม่สามารถที่จะเห็นความเคลื่อนไหว แม้ว่าจะมีความชัดเจนของการเห็น การตรวจจับแสงกระพริบ การเห็นแบบสองตา และการเห็นสีที่เป็นปกติ ระบบอื่นๆที่ไม่มีปัญหา (คือไม่เป็นเหตุแห่งภาวะบอความเคลื่อนไหว) รวมทั้ง การรับรู้ปริภูมิทางตา การบ่งบอกรูปร่าง การบ่งบอกวัตถุ และการบ่งบอกใบหน้า นอกจากเข้าไปรบกวนการรับรู้ความเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานแล้ว ภาวะบอดความเคลื่อนไหวยังรบกวนการเคลื่อนไหวทางกายที่ประสานกับตา เช่นการเอื้อมมือออกไปหยิบจับวัตถุ และการรับวัตถุ เพราะว่าเมื่อทำกิจการงานทางกาย การรับรู้ความเคลื่อนไหวของตนปรากฏว่ามีความสำคัญ เครดิตฟรี คนไข้ภาวะนี้ต้องผจญกับปัญหาต่างๆ …

Continue Reading
จิตวิทยา

แพริโดเลีย

แพริโดเลีย หรือ แพไรโดเลีย เป็นปรากฏการณ์ทางจิต ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้สิ่งเร้าเช่นภาพหรือเสียงที่ไม่ชัดเจนและไม่มีรูปแบบ ว่ามีความหมายมีความสำคัญ เป็นการรับรู้แบบหนึ่งของ apophenia ซึ่งเป็นการเห็นรูปแบบหรือความสัมพันธ์กันในข้อมูลสุ่มที่ไม่มีความหมาย ตัวอย่างที่สามัญอย่างหนึ่งคือการเห็นรูปสัตว์หรือใบหน้าในก้อนเมฆ ชายบนดวงจันทร์ กระต่ายบนดวงจันทร์ และการได้ยินข้อความที่ซ่อนไว้บนแผ่นเสียงไวนิลที่เล่นย้อนทาง slotxo คำว่า Pareidolia มาจากคำในภาษากรีก แปลว่า “ข้าง ๆไปเป็นหน้ากระดาน ซึ่งในที่นี้หมายถึงอะไรที่บกพร่อง ผิดพลาด หรือเกิดขึ้นแทนที่ และคำนาม ซึ่งมีความหมายเป็นส่วนย่อยของคำว่า eidos. แพไรโดเลียเป็นประเภทหนึ่งของ apophenia ซึ่งเป็นการเห็นรูปแบบในข้อมูลที่ไม่มีแบบแผนในสมุดบันทึกของเขา ยอดนักศิลป์ เลโอ นาร์โด ดา วินชี กล่าวถึงแพริโดเลียว่าเป็นเทคนิคสำหรับจิตรกร คือเขียนไว้ว่า “ถ้าเราดูผนังที่เป็นจุด ๆ ด้วยรอยต่าง ๆ หรือผนังที่ประกอบด้วยก้อนหินต่าง ๆ ที่ผสมผสานกัน และถ้าเรากำลังคิดประดิษฐ์ฉากรูปภาพ เราอาจจะเห็นผนังนั้นเหมือนกับทิวทัศน์ต่าง ๆ ประดับไปด้วยทิวเขา แม่น้ำ ก้อนหิน ต้นไม้ ทุ่งกว้าง หุบเขาที่กว้างขวาง และกลุ่มเนินเขาต่าง ๆ และอาจจะเห็นสงครามในรูปแบบต่าง …

Continue Reading
จิตวิทยา

การรับรู้ทางตา

การฟื้นเห็นเป็น 3 มิติ (อังกฤษ: Stereopsis recovery, recovery from stereoblindness) เป็นปรากฏการณ์ที่ผู้บอดไม่เห็นเป็น 3 มิติจะได้คืนสมรรถภาพการเห็นเป็น 3 มิติอย่างเต็มตัวหรือโดยส่วนหนึ่ง การรักษาคนไข้ที่มองไม่เห็นเป็น 3 มิติมีเป้าหมายให้ได้คืนสมรรถภาพนี้ให้มากที่สุด เป็นเป้าหมายที่มีในการแพทย์มานานแล้ว การรักษาจะมุ่งให้เห็นเป็น 3 มิติในทั้งเด็กเล็ก ๆ และคนไข้ที่เคยเห็นเป็น 3 มิติผู้ต่อมาเสียสมรรถภาพไปเนื่องจากภาวะโรค โดยเปรียบเทียบกันแล้ว slotxo การรักษาโดยจุดมุ่งหมายนี้ จะไม่ใช้กับคนไข้ที่พลาดระยะการเรียนรู้การเห็นเป็น 3 มิติในช่วงต้น ๆ ของชีวิตไป เพราะการเห็นเป็นภาพเดียวด้วยสองตาและการเห็นเป็น 3 มิติ ดั้งเดิมเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ยกเว้นจะได้สมรรถภาพนี้ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ (critical period) คือในช่วงวัยทารกและวัยเด็กต้น ๆ แต่สมมติฐานนี้ก็ไม่ได้สอบสวนและได้กลายเป็นรากฐานของวิธีการรรักษาโรคการเห็นด้วยสองตาเป็นทศวรรษ ๆ จนกระทั่งเร็ว ๆ นี้ที่เกิดข้อสงสัย เพราะงานศึกษาเรื่องการฟื้นเห็นเป็น 3 มิติที่ได้ปรากฏในวารสารวิทยาศาสตร์และได้ปรากฏต่อสาธารณชนต่อมาว่า นักประสาทวิทยาศาสตร์ ดร. ซูซาน อาร์ บาร์รีย์ …

Continue Reading
จิตวิทยา

การทดลองการคล้อยตามของแอช

ในทางจิตวิทยา การทดลองการคล้อยตามของแอช เป็นชุดการทดลองปฏิบัติการที่โซโลมอน แอช (Solomon Asch) เป็นผู้ดำเนินการในคริสต์ทศวรรษ 1950 ซึ่งแสดงระดับที่ความเห็นส่วนบุคคลได้รับอิทธิพลจากความเห็นของกลุ่มฝ่ายข้างมากนักวิจัยหลายคนใช้ประโยชน์จากระเบียบวิธีที่แอชพัฒนาขึ้น และกระบวนทัศน์ดังกล่าวยังใช้ในจิตวิทยาสังคมปัจจุบัน มีการใช้กระบวนทัศน์ดังกล่าวสืบหาความสัมพันธ์ระหว่างการคล้อยตามกับความสำคัญของภารกิจ อายุ เพศและวัฒนธรรม slotxo การทดลองของมิลแกรมว่าด้วยการเชื่อฟังผู้มีอำนาจ เป็นชุดของการทดลองจิตวิทยาสังคมซึ่งศาสตราจารย์ สแตนลีย์ มิลแกรม นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเยล เป็นผู้จัดทำ การทดลองดังกล่าววัดความสมัครใจของผู้เข้าร่วมการศึกษาซึ่งเป็นชายต่างอาชีพต่างระดับการศึกษา ว่าจะเชื่อฟังผู้มีอำนาจเพียงใดเมื่อผู้มีอำนาจออกคำสั่งให้เขาทำสิ่งที่ขัดกับมโนธรรมส่วนตัว ผลการทดลองที่คาดไม่ถึงนี้มีว่า บุคคลส่วนมากพร้อมเชื่อฟังแม้ไม่เต็มใจ แม้จะประจักษ์ว่าก่อให้เกิดการบาดเจ็บและความทรมานร้ายแรง มิลแกรมอธิบายงานวิจัยนี้ครั้งแรกในบทความตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยาอปกติและจิตวิทยาสังคม (Journal of Abnormal and Social Psychology)ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2506 และต่อมาได้อภิปรายการค้นพบของเขาในรายละเอียดในหนังสือ การเชื่อฟังผู้มีอำนาจ: มุมมองทดลอง (Obedience to Authority: An Experimental View)ตีพิมพ์เมื่อปี 2517 xoslot งานทดลองนี้เริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2504 สามเดือนหลังการพิจารณาอาชญากรสงครามนาซีเยอรมัน อดอล์ฟ ไอชมันน์ ในนครเยรูซาเล็ม มิลแกรมออกแบบการศึกษาจิตวิทยาของเขาเพื่อตอบคำถามซึ่งแพร่หลายกันในเวลานั้นว่า “เป็นไปได้หรือไม่ที่ไอชมันน์และผู้ร่วมกระทำความผิดนับล้านในฮอโลคอสต์เพียงแค่กระทำตามสั่งเท่านั้น เราจะเรียกเขาทั้งหมดว่าผู้ร่วมกระทำความผิดได้หรือไม่” (Could …

Continue Reading
จิตวิทยา

การข่มขืนกระทำชำเรา

การข่มขืนกระทำชำเรา (อังกฤษ: rape) เป็นการทำร้ายร่างกายทางเพศซึ่งปกติเกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์หรือการใช้การล่วงล้ำทางเพศแบบอื่นต่อบุคคลโดยปราศจากความยินยอมของบุคคลเหล่านั้น การกระทำดังกล่าวอาจโดยใช้กำลังทางกาย การบีบบังคับ การละเมิดอำนาจหรือต่อบุคคลที่ไม่สามารถให้ความยินยอมสมบูรณ์ได้ เช่น ผู้ที่หมดสติ ไร้ความสามารถหรืออายุต่ำกว่าอายุที่ยอมให้มีการร่วมประเวณีได้ตามกฎหมาย คำว่า “ข่มขืนกระทำชำเรา” บางครั้งใช้แทนคำว่า “การทำร้ายร่างกายทางเพศ” ได้ slotxo อุบัติการณ์การข่มขืนกระทำชำเราที่ตำรวจบันทึกทั่วโลกในปี 2553 แปรผันระหว่าง 0.2 ต่อ 100,000 คนในประเทศอาเซอร์ไบจาน ถึง 92.9 ต่อ 100,000 คนในประเทศบอตสวานา โดยมีค่า 6.3 ต่อ 100,000 คนในประเทศลิทัวเนียเป็นมัธยฐานตามข้อมูลของสมาคมแพทย์อเมริกา (2538) ความรุนแรงทางเพศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการข่มขืนกระทำชำเรา ถูกพิจารณาว่าเป็นอาชญากรรมรุนแรงที่มีรายงานต่ำกว่าจริงมากที่สุด xoslot อัตราการรายงาน ดำเนินคดีและการพิพากษาลงโทษสำหรับการข่มขืนกระทำชำเราต่างกันมากตามเขตอำนาจ สถิติกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (2542) ประมาณว่า 91% ของเหยื่อการข่มขืนกระทำชำเราในสหรัฐอเมริกาเป็นหญิง และ 9% เป็นชาย การข่มขืนกระทำชำเราโดยคนแปลกหน้าปกติพบน้อยกว่าการข่มขืนกระทำชำเราโดยบุคคลที่ผู้เสียหายรู้จัก และการศึกษาหลายครั้งแย้งว่าการข่มขืนกระทำชำเราในเรือนจำระหว่างชายต่อชายและหญิงต่อหญิงค่อนข้างพบบ่อยและอาจเป็นการข่มขืนกระทำชำเราแบบที่รายงานน้อยที่สุด เครดิตฟรี ผู้ถูกข่มขืนกระทำชำเราอาจได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและอาจประสบความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจนอกเหนือไปจากความเสียหายทางจิตวิทยาอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวแล้ว การกระทำชำเรายังอาจก่อการบาดเจ็บทางกาย หรือมีผลอย่างอื่นต่อผู้เสียหาย เช่น …

Continue Reading
จิตวิทยา

ความจำชัดแจ้ง

“ความจำชัดแจ้ง” (อังกฤษ: Explicit memory) หรือบางครั้งเรียกว่า “ความจำเชิงประกาศ” (อังกฤษ: Declarative memory) เป็นประเภทหนึ่งของความจำระยะยาวสองอย่างในมนุษย์ ความจำชัดแจ้งหมายถึงความจำที่สามารถระลึกได้ใต้อำนาจจิตใจเช่นความจริงและความรู้ต่าง ๆ ดังนั้น การระลึกถึงประสบการณ์ในอดีตหรือข้อมูลอื่น ๆ โดยตั้งใจและประกอบด้วยความรู้สึกตัวว่ากำลังระลึกถึงความจำ จึงเป็นการระลึกถึงความจำชัดแจ้งมนุษย์มีการจำได้แบบชัดแจ้งตลอดทั้งวัน เช่นจำเวลานัดได้ หรือจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายปีได้ส่วนความจำที่คู่กันก็คือ “ความจำโดยปริยาย” (implicit memory) หรือ “ความจำเชิงไม่ประกาศ” (non-declarative memory) หรือ “ความจำเชิงกระบวนวิธี” (procedural memory) ซึ่งหมายถึงความจำที่ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจจิตใจเช่นทักษะต่าง ๆ (ตัวอย่างเช่น ทักษะในการขี่จักรยาน) การเข้าถึงความจำโดยปริยายไม่ประกอบด้วยความรู้สึกตัว ไม่ใช่เป็นการระลึกได้ด้วยความตั้งใจ ให้เทียบกับการระลึกถึงความจำชัดแจ้งซึ่งเป็นการระลึกได้พร้อมด้วยความรู้สึกตัว ตัวอย่างเช่น การระลึกถึงการหัดขับรถชั่วโมงหนึ่งได้เป็นตัวอย่างของการจำได้แบบชัดแจ้ง ส่วนทักษะการขับรถที่พัฒนาขึ้นเพราะการหัดขับรถนั้นเป็นตัวอย่างของการจำได้โดยปริยาย slotxo มีความจำชัดแจ้งสองประเภทคือ ความจำอาศัยความหมาย และ ความจำอาศัยเหตุการณ์“ความจำอาศัยความหมาย” (Semantic memories) เป็นความจำที่บันทึกความรู้เกี่ยวกับความเป็นจริงทั่ว ๆ ไปที่เป็นอิสระจากประสบการณ์ส่วนตัว เป็นความจำชัดแจ้งอย่างอื่นทั้งหมดที่ไม่ใช่ความจำอาศัยเหตุการณ์ ตัวอย่างรวมทั้ง ประเภทอาหาร, เมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ, …

Continue Reading