จิตวิทยา

การรับรู้สนามแม่เหล็ก

การรับรู้สนามแม่เหล็ก ( magnetoreception, magnetoception) เป็นประสาทสัมผัสที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถตรวจจับสนามแม่เหล็กเพื่อรู้ทิศทาง ความสูง และตำแหน่งได้ สัตว์มากมายหลายชนิดใช้ประสาทสัมผัสเช่นนี้เพื่อรู้ทิศทางร่างกายของตน เพื่อหาทาง หรือเพื่อสร้างแผนที่ เมื่อหาทิศทาง การรับรู้สนามแม่เหล็กเป็นการตรวจจับสนามแม่เหล็กของโลกการรับรู้สนามแม่เหล็กมีอยู่ในแบคทีเรีย สัตว์ขาปล้อง มอลลัสกา และสัตว์ในกลุ่มอนุกรมวิธานใหญ่ ๆ ของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด มนุษย์เชื่อว่าไม่มีประสาทสัมผัสเยี่ยงนี้ แต่ก็มีโปรตีนคริปโตโครมในตาซึ่งสามารถทำหน้าที่เช่นนี้ได้และในปี 2019 นักวิจัยกลุ่มหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า ให้หลักฐานทางประสาทวิทยาศาสตร์ชิ้นแรกที่แสดงว่ามนุษย์สามารถรับรู้สนามแม่เหล็กโลก slotxo แบคทีเรียแมกนีโตแท็กติก (magnetotactic bacteria) เป็นกลุ่มแบคทีเรียจากหลายชาติพันธุ์ที่รู้ว่าใช้สนามแม่เหล็กเพื่อจัดทิศทางของตน แบคทีเรียเหล่านี้มีพฤติกรรมที่เรียกว่า magnetotaxis เป็นวิธีที่แบคทีเรียจัดตัวเองแล้วอพยพไปในทิศทางตามเส้นสนามแม่เหล็กของโลก แบคทีเรียมีแมกนีโตโซม (magnetosome) ซึ่งเป็นอนุภาคแมกนีไทต์ (Fe3O4) หรือ iron sulfide (Fe3S4) ขนาดนาโนเมตรภายในตัวเซลล์แมกนีโตโซมจะล้อมด้วยเยื่อซึ่งประกอบด้วยฟอสโฟลิพิดบวกกรดไขมัน และมีโปรตีนอย่างน้อย 20 ชนิดโดยจัดเป็นโซ่ที่โมเมนต์แม่เหล็ก (magnetic moment) ของแมกนีโตโซมแต่ละอนุภาคจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้แบคทีเรียแต่ละตัวเป็นเหมือนกับแม่เหล็กถาวร xoslot คริปโตโครมกลไกการรับรู้สนามแม่เหล็กของสัตว์ยังไม่ชัดเจน แต่มีสมมติฐานหลัก 2 อย่างที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ ตามแบบจำลอง/สมมติฐานแรก การรับรู้สนามแม่เหล็กเป็นไปได้เพราะ radical pair …

Continue Reading
จิตวิทยา

การรับรู้ร้อนเย็น

การรับรู้ร้อนเย็น (Thermoception, thermoreception) เป็นกระบวนการที่ประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิตรับรู้อุณหภูมิ โดยตรงแล้ว เป็นการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือการแลกเปลี่ยนความร้อน แต่การทำงานของตัวรับร้อนเย็น/ปลายประสาทรับร้อนก็ยังกำลังตรวจสอบดูอยู่ โรค ciliopathy[A] สัมพันธ์กับสมรรถภาพการรู้ร้อนเย็นที่ลดลง ดังนั้น ซีเลียจึงอาจมีส่วนในการรับรู้ช่องไอออนคือ Transient receptor potential channel (TRP channel) เชื่อว่ามีบทบาทในการรับรู้ร้อน รู้เย็น และรู้ความเจ็บปวดในสิ่งมีชีวิตหลายสปีชีส์ สัตว์มีกระดูกสันหลังมีตัวรับรู้อย่างน้อยสองอย่างคือ รู้ร้อนและรู้เย็นรูปแบบพิเศษของการรู้เย็นร้อนมีอยู่ในงูวงศ์ย่อยงูหางกระดิ่ง (Crotalinae) และงูวงศ์งูโบอา (Boidae) ซึ่งเท่ากับเห็นการแผ่รังสีอินฟราเรดของวัตถุ/สัตว์ที่ร้อนคืองูมีอวัยวะเป็นรู 2 รู (pits) เหนือปากที่บุด้วยตัวรับอุณหภูมิ ตัวรับจะตรวจจับความร้อนที่เกิดตรงผิวหนังภายในอวัยวะเนื่องกับการแผ่รังสีอินฟราเรด จึงเป็นการตรวจจับการแผ่รังสีโดยอ้อม งูจะรู้ว่าส่วนไหนของอวัยวะร้อนที่สุด ดังนั้น จึงรู้ทิศทางของต้นความร้อน ซึ่งอาจเป็นเหยื่อที่มีเลือดอุ่น เมื่อรวมข้อมูลจากรูทั้งสอง งูก็จะสามารถประมาณระยะของวัตถุได้ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดามีตัวรับรู้อินฟราเรดภายในจมูกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่กินเลือดเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ตัวรู้อินฟราเรดจึงช่วยให้ค้างคาวระบุตำแหน่งของสัตว์เลือดอุ่น เช่น วัวควาย ม้า และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นสัตว์ป่า ภายในระยะ 10-15 ซม. ได้ ซึ่งน่าจะช่วยระบุบริเวณที่เลือดไหลมากที่สุดบนตัวของเหยื่อ slotxo ปลายประสาทรับร้อนหรือ ตัวรับอุณหภูมิ (thermoreceptor) เป็นปลายประสาทของเซลล์ประสาทรับความรู้สึกในผิวหนังและในเยื่อเมือกบางชนิด …

Continue Reading
จิตวิทยา

การรับรู้ไฟฟ้า

การรับรู้ไฟฟ้า (electroreception, electroception) เป็นสมรรถภาพของสิ่งมีชีวิตในการรับรู้ตัวกระตุ้นทางไฟฟ้าตามธรรมชาติซึ่งพบในสัตว์น้ำหรือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเกือบล้วน ๆ เพราะน้ำนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศ ข้อยกเว้นก็คือสัตว์จำพวกโมโนทรีม (รวมอิคิดนาและตุ่นปากเป็ด) แมลงสาบ และผึ้ง การรับรู้ไฟฟ้าสามารถใช้กำหนดที่ตั้งวัตถุโดยไฟฟ้า (electrolocation) และใช้สื่อสารทางไฟฟ้า (electrocommunication) จนกระทั่งเร็วนี้ ๆ การรับรู้ไฟฟ้าพบแต่ในสัตว์มีกระดูกสันหลัง แต่งานศึกษาปี 2013 แสดงว่า ผึ้งสามารถตรวจจับทั้งการมีประจุไฟสถิต (static charge) และรูปแบบของประจุไฟบนดอกไม้ได้ในสัตว์มีกระดูกสันหลัง การตรวจจับไฟฟ้ามีอยู่ในบรรพบุรุษร่วมกันสุดท้าย (last common ancestor) ของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด เป็นการรับรู้ไฟฟ้าที่เรียกว่า ampullary electroreception (การรับรู้ไฟฟ้าด้วยกระเปาะ) ด้วยอวัยวะรับรู้ไฟฟ้าคือ กระเปาะลอเร็นซีนี (Ampullae of Lorenzini) แม้สัตว์มีกระดูกสันหลังที่สามารถรับรู้ไฟฟ้าจะไม่มีอวัยวะนี้ทั้งหมด แต่ปลากระดูกอ่อน (รวมฉลาม, ปลากระเบน, ปลาอันดับ Chimaeriformes) ปลาปอด, ปลาวงศ์ Polypteridae (bichir), ปลาซีลาแคนท์, ปลาสเตอร์เจียน, ปลาวงศ์ Polyodontidae (paddlefish), ซาลาแมนเดอร์น้ำ และเขียดงู …

Continue Reading
จิตวิทยา

อิทธิพลของสมอง

ซีกสมอง (cerebral hemisphere) ทั้งสองข้างมีส่วนร่วมให้เกิดปรากฏการณ์แม็คเกิร์ก คือมีการทำงานร่วมกันเพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับคำพูดจากการเห็นและการได้ยิน การตอบสนองในสมองที่ประกอบพร้อมกับปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นในบุคคลถนัดมือขวา โดยที่สมองซีกขวาประมวลผลเกี่ยวกับใบหน้า และสมองซีกซ้ายประมวลผลเกี่ยวกับคำพูด ในบุคคลที่ได้รับการตัด corpus callosum Corpus callostomy) ออก ปรากฏการณ์นี้ก็จะยังคงมีอยู่แต่เกิดขึ้นช้ากว่าคนปกติ ในบุคคลที่มีรอยโรคในสมองซีกซ้าย (คือมีความเสียหายในการประมวลผลเกี่ยวกับเสียง) การเห็นบ่อยครั้งเป็นส่วนสำคัญในวิธีการรักษาด้วยการบำบัดวจีเภท (speech therapy) และการบำบัดภาษา (language therapy)ดังนั้น ผู้มีรอยโรคในสมองซีกซ้าย จึงประสบกับปรากฏการณ์แม็คเกิร์กในระดับที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมผู้เป็นปกติ คือ ข้อมูลจากการเห็นมีอิทธิพลสำคัญในการรับรู้คำพูด แต่ว่า ถ้าสมองซีกซ้ายมีความเสียหาย ที่มีผลเป็นความบกพร่องในการรับรู้คำพูดทางตาแบบเป็นช่วง ๆ คนไข้ก็จะมีประสบการณ์นี้ในระดับที่ลดน้อยลงไปวนในบุคคลที่มีความเสียหายในสมองซีกขวา ก็จะมีความเสียหายในทั้งการเห็นอย่างเดียวด้วย และทั้งการประสานข้อมูลระหว่างการเห็นและการได้ยินด้วย แต่ว่าก็ยังมีการประสานข้อมูลทั้งสองทางเพียงพอที่จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์แม็คเกิร์กการประสานข้อมูลอย่างนี้เกิดขึ้นในกรณีที่ใช้ตัวกระตุ้นทางตาเพื่อเพิ่มความสามารถในการรู้คำพูด เมื่อเสียงทางหูได้ยินได้แต่ไม่ชัดเจนเท่านั้นดังนั้น ผู้มีความเสียหายในสมองซีกขวายังประสบกับปรากฏการณ์นี้อยู่ แต่ว่าในระดับที่ไม่เท่ากับบุคคลปกติอื่น slotxo ทุกภาษาต้องอาศัยข้อมูลทางตาไม่มากก็น้อยในการรับรู้คำพูด แต่ว่า ระดับของปรากฏการณ์นี้เป็นไปต่างกันในภาษาที่ต่าง ๆ กัน ผู้ฟังภาษาดัตช์ ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาเยอรมัน และภาษาอิตาลีมีปรากฏการณ์แม็คเกอร์กที่ชัดเจน แต่ว่าปรากฏในระดับที่อ่อนกว่าในผู้ฟังภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีนงานวิจัยระหว่างภาษามักจะทำการเปรียบเทียบระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น และมีปรากฏการณ์นี้ในระดับที่ต่ำกว่าในผู้ฟังภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นที่เลี่ยงการจ้องหน้าจ้องตาอาจมีผลในปรากฏการณ์นี้ นอกจากนั้นแล้ว การใช้เสียงสูงเสียงต่ำ (วรรณยุกต์) …

Continue Reading
จิตวิทยา

ปรากฏการณ์แม็คเกอร์ก

ปรากฏการณ์แม็คเกอร์ก (McGurk effect) เป็นปรากฏการณ์หลอกการรับรู้คำพูด ที่แสดง (คือเกิดจาก) การทำงานร่วมกันระหว่างการได้ยินและการเห็นในการรับรู้คำพูด การรับรู้คำพูดที่ผิดไปจากเสียงที่ได้ยินเกิดขึ้นเมื่อมีการจับคู่เสียงของคำพูดพยางค์หนึ่ง กับการเห็นการออกเสียงคำพูดอีกพยางค์หนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดการรับรู้เสียงเป็นพยางค์ที่สามคือ ข้อมูลทางตาจากการเห็นอีกคนหนึ่งพูด เปลี่ยนแปลงการรับรู้เสียงที่ได้ยินของเราแต่ว่า บุคคลที่คุ้นเคยกับการดูภาพยนตร์ที่มีการพากย์เสียงทับ อาจจะไม่ค่อยประสบกับปรากฏการณ์แม็คเกอร์กมากนัก เพราะว่าพวกเขาคุ้นเคยกับการไม่ใส่ใจข้อมูลที่ได้จากการเห็นปากของ “ผู้พูด”[ถ้าเราได้รับข้อมูลคุณภาพไม่ดีจากเสียง แต่ได้ข้อมูลคุณภาพดีจากการเห็น ก็จะทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่จะประสบกับปรากฏการณ์นี้ ความสามารถในการประสานข้อมูลทางหูและทางตาเข้าด้วยกัน อาจจะมีผลให้เกิดปรากฏการณ์นี้ เพราะว่า บุคคลที่มีระบบประสานข้อมูลทางความรู้สึกที่ดี ประสบกับปรากฏการณ์นี้บ่อยครั้งกว่านอกจากนั้นแล้ว บุคคลต่าง ๆ กันก็ยังประสบกับปรากฏการณ์นี้ต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างรวมทั้งความเสียหายหรือโรคในสมอง slotxo ปรากฏการณ์แม็คเกอร์กบางครั้งเรียกว่า ปรากฏการณ์แม็คเกอร์-แม็คโดนัลด์ (McGurk-MacDonald effect) เพราะแฮร์รี แม็คเกอร์ก และจอห์น แม็คโดนัลด์ ได้พรรณนาถึงปรากฏการณ์นี้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 ในผลงานวิจัยมีชื่อว่า “การได้ยินปาก และการเห็นเสียง (Hearing Lips and Seeing Voices) “ปรากฏการณ์นี้ค้นพบโดยบังเอิญ เมื่อแม็คเกอร์กและผู้ช่วยงานวิจัยของเขาคือแม็คโดนัลด์ ขอให้ช่างเทคนิคช่วยอัดเสียงทับวิดีโอโดยใช้เสียงพยางค์ที่ต่างจากคำที่พูดในวิดีโอ โดยเป็นงานวิจัยเพื่อค้นคว้าการรับรู้ภาษาของเด็กทารกในระดับพัฒนาการต่าง ๆ แต่เมื่อเล่นวิดีโอนั้น นักวิจัยทั้งสองกลับรับรู้เสียงของพยางค์ที่สาม …

Continue Reading