จิตวิทยา

การบำบัดพฤติกรรมทางประชาน

การบำบัดพฤติกรรมทางประชาน (Cognitive behavioral therapy ตัวย่อ CBT) มีจุดหมายเพื่อลดทัศนคติ ความเชื่อ และพฤติกรรม ที่เพิ่มโอกาสการทำผิดทางเพศต่อเด็ก แม้ว่าเนื้อหาของการรักษาจะต่างกันมากในระหว่างผู้บำบัด แต่ว่า โดยทั่วไปโปรแกรมรักษาอาจจะฝึกการควบคุมตัวเอง สมรรถภาพทางสังคม (social competence) ความเห็นใจผู้อื่น และการเปลี่ยนความคิด (cognitive restructuring) เพื่อเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์กับเด็ก รูปแบบสามัญที่สุดของการบำบัดเช่นนี้คือการป้องกันโรคกลับ (relapse prevention) ที่สอนคนไข้ให้รู้จักระบุและตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ล่อแหลม โดยใช้หลักในการบำบัดการติดสิ่งเร้าอื่น ๆ (เช่นการติดยา) สล็อตออนไลน์ แต่หลักฐานที่แสดงประสิทธิผลของ CBT ค่อนข้างคลุมเครือ งานปฏิทัศน์แบบคอเครนปี 2012 ที่ศึกษาการทดลองแบบสุ่มพบว่า CBT ไม่มีผลต่อความเสี่ยงของการทำผิดอีกสำหรับผู้กระทำผิดทางเพศแบบจับต้องตัวแต่ว่างานวิเคราะห์อภิมานในปี 2002 และ 2005 ซึ่งศึกษาทั้งงานแบบสุ่มและไม่สุ่ม สรุปว่า CBT ลดการทำผิดอีกแต่ก็มีข้อโต้เถียงกันว่า งานศึกษาแบบไม่สุ่มจะให้ข้อมูลอะไรได้หรือไม่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีงานศึกษาเพิ่มขึ้นอีก jumboslot และบุคคลอายุน้อยที่สุดที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคก็จะมีอายุเพิ่มจาก 16 ปี ไปเป็น 18 ปี โดยที่ต้องมีอายุอย่างน้อย …

Continue Reading
จิตวิทยา

การบำบัดรักษาโดยทั่วไป

ไม่มีหลักฐานว่าโรคใคร่เด็กสามารถรักษาให้หายขาด และการบำบัดรักษาโดยมากพุ่งความสนใจไปที่การช่วยคนใคร่เด็กให้ระงับตนเองจากการสนองความต้องการ มีวิธีการบำบัดบางอย่างที่พยายามรักษาโรคใคร่เด็ก แต่ว่าไม่มีงานศึกษาที่แสดงว่ามีผลระยะยาวต่อรสนิยมทางเพศ นักจิตวิทยาเชี่ยวชาญทางเพศวิทยาท่านหนึ่งเสนอว่า การพยายามรักษาโรคใคร่เด็กในวัยผู้ใหญ่ไม่น่าจะสำเร็จเพราะว่า พัฒนาการของโรคได้รับอิทธิพลจากปัจจัยก่อนเกิด (prenatal factor)ส่วนจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพศวิทยาอีกท่านหนึ่งเชื่อว่า โรคใคร่เด็กไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ๆ คล้ายกับความรักร่วมเพศและรักต่างเพศ แต่ว่า สามารถช่วยคนใคร่เด็กให้ควบคุมพฤติกรรมของตนได้ และงานวิจัยในอนาคตจะพัฒนาวิธีการป้องกันได้ สล็อตออนไลน์ มีข้อจำกัดสามัญในงานศึกษาประสิทธิผลของการบำบัด คือ งานส่วนมากจัดหมวดหมู่ผู้เข้าร่วมโดยพฤติกรรมแทนที่จัดตามความชอบใจเด็กตามอายุ ซึ่งทำให้ยากที่จะรู้ผลโดยเฉพาะต่อ “คนใคร่เด็ก”งานจำนวนมากไม่ได้เลือกกลุ่มบำบัดและกลุ่มควบคุมโดยสุ่ม และผู้ทำผิดที่ปฏิเสธหรือเลิกการบำบัดมีโอกาสสูงกว่าที่จะทำผิดอีก ดังนั้น การยกเว้นข้อมูลบุคคลเช่นนั้นจากกลุ่มบำบัด ในขณะที่ไม่ยกเว้นบุคคลที่ปฏิเสธหรือเลิกจากกลุ่มควบคุม อาจจะทำให้เกิดความเอนเอียงในกลุ่มบำบัดเอียงไปในบุคคลที่มีอัตราการกระทำผิดอีกที่ต่ำกว่าและประสิทธิผลของการบำบัดคนใคร่เด็กที่ไม่ได้ทำผิดก็ไม่มีการศึกษา jumboslot hebephilia ว่าเป็นความผิดปกติภายใต้ DSM-5 เพื่อแก้ความความคาบเกี่ยวกันของพัฒนาการทางกายของเด็กเป้าหมายในโรคใคร่เด็กและ hebephilia โดยรวมเข้าใต้หมวดหมู่ ความผิดปกติแบบใคร่เด็ก (pedophilic disorder) แต่ให้กำหนดพิสัยอายุที่เป็นประเด็น ซึ่งต่อมา APA ปฏิเสธแต่ว่า การแยกแยะกามวิปริต (paraphilia) และความผิดปกติแบบกามวิปริต (paraphilic disorder) APA ได้ดำเนินการตามข้อเสนอ และดังนั้น การแยกแยะความใคร่เด็กและความผิดปกติแบบใคร่เด็กก็เช่นกัน เครดิตฟรี APA แจ้งว่า “ในกรณีความผิดปกติแบบใคร่เด็ก รายละเอียดที่สำคัญในคู่มือใหม่ อยู่ในส่วนที่ไม่ได้เปลี่ยน …

Continue Reading
จิตวิทยา

ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเกณฑ์วินิจฉัย

เกณฑ์วินิจฉัยโรคใคร่เด็กของ DSM-IV-TR (รุ่นก่อนปัจจุบัน) ถูกวิจารณ์ว่า รวมคนไข้มากเกินไปและน้อยเกินไป โดยพร้อม ๆ กันแม้ว่านักวิจัยโดยมากจะแยกแยะระหว่างคนทำร้ายเด็กทางเพศ (molester) และคนใคร่เด็ก นักวิชาการบางท่านจึงอ้างว่า เกณฑ์ของ DSM-IV-TR รวมมากเกินไปเพราะว่าผู้ทำร้ายเด็กทางเพศทุกคนจะผ่านเกณฑ์วินิจฉัยว่าเป็นคนใคร่เด็ก โดยจะผ่านเกณฑ์แรกเพราะว่ามีกิจกรรมทางเพศร่วมกับเด็กก่อนวัยเริ่มเจริญพันธ์ และจะผ่านเกณฑ์ที่สองเพราะว่า ได้กระทำการเนื่องจากแรงกระตุ้น สล็อตออนไลน์ ดังนั้น จึงไม่สามารถแยกคนใคร่เด็กออกจากผู้ทำร้ายเด็กทางเพศได้ นอกจากนั้นแล้ว เกณฑ์ก็รวมน้อยเกินไปด้วยในกรณีที่บุคคลชอบใจเด็กทางเพศอย่างจำกัดเฉพาะ แต่ไม่ได้ทำการอะไรเนื่องจากแรงกระตุ้น และก็ไม่เดือดร้อนเพราะความรู้สึกที่มีด้วย นักวิจัยอื่น ๆ สนับสนุนข้ออ้างที่สอง โดยกล่าวว่า เป็นกลุ่มคนที่อาจเรียกได้ว่า “คนใคร่เด็กที่พอใจสิ่งที่มี” (contented pedophile) ซึ่งเป็นบุคคลที่จินตนาการเพศสัมพันธ์กับเด็ก หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเนื่องกับจินตนาการเหล่านี้ jumboslot แต่ไม่ทารุณเด็กทางเพศ และไม่รู้สึกเดือดร้อนทีหลัง แต่ก็จะไม่ผ่านเกณฑ์ว่าเป็นโรคใคร่เด็กสำหรับ DSM-IV-TR เพราะว่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่ 2 งานสำรวจขนาดใหญ่เกี่ยวกับการใช้การจัดหมวดหมู่ของระบบต่าง ๆ แสดงว่า เกณฑ์ของ DSM มักจะไม่มีคนใช้ มีการอธิบายว่า การรวมน้อยเกินไป ความไม่สมเหตุสมผล รวมทั้งการขาดความแน่นอน (reliability) และความชัดเจน อาจจะเป็นเหตุให้เกิดการปฏิเสธเกณฑ์จัดหมวดหมู่ของ DSM …

Continue Reading