จิตวิทยา

การแปลสิ่งเร้าผิด

การแปลสิ่งเร้าผิด หรือ มายา (illusion) หมายถึงความผิดพลาดหรือความบิดเบือนของการรับรู้ทางประสาทสัมผัส ที่ชี้ให้เห็นถึงวิธีที่สมองจัดระเบียบและแปลผลข้อมูลทางประสาทสัมผัส แม้ว่า การแปลสิ่งเร้าผิดจะบิดเบือนความเป็นจริง แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดกับคนโดยมากการแปลสิ่งเร้าผิดอาจเกิดขึ้นทางประสาทสัมผัสใดก็ได้ในมนุษย์ แต่ภาพลวงตาเป็นการแปลสิ่งเร้าผิดที่รู้จักกันดีที่สุดและมีความเข้าใจกันมากที่สุด ที่มีความสนใจในภาพลวงตามากก็เพราะว่า การมองเห็นเป็นประสาทสัมผัสที่มีอิทธิพลมากที่สุด ซึ่งเห็นได้ในตัวอย่างเช่น คนที่กำลังดูการพูดดัดเสียง (ventriloquism) ได้ยินเสียงว่ามาจากหุ่นที่อยู่ที่มือของคนพูด เนื่องจากว่า เห็นหุ่นนั้นขยับปากตามเสียงคำพูด (แต่ไม่เห็นคนพูดขยับปาก)การแปลสิ่งเร้าผิดบางอย่างมีเหตุจากข้อสันนิษฐานที่สมองมีเกี่ยวกับความเป็นจริงเมื่อเกิดการรับรู้ ข้อสันนิษฐานเหล่านั้นเกิดขึ้นอาศัยรูปแบบของสิ่งที่รับรู้, ความสามารถในการรับรู้ความลึกและการรับรู้ความเคลื่อนไหว, และความรู้สึกที่เป็นอัตวิสัยว่า วัตถุหรือลักษณะต่าง ๆ ของวัตถุนั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้ความรู้สึกทางประสาทสัมผัสเกี่ยวกับวัตถุนั้นจะได้เปลี่ยนไปแล้ว ส่วนการแปลสิ่งเร้าผิดอื่น ๆ เกิดขึ้นอาศัยความเป็นไปในระบบการรับรู้ภายในร่างกาย หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ภายนอกร่างกายในสิ่งแวดล้อม slotxo คำว่า การแปลสิ่งเร้าผิด หมายถึงการบิดเบือนความเป็นจริงทางการรับรู้ที่มีลักษณะเฉพาะ โดยที่ไม่เหมือนกับอาการประสาทหลอน (hallucination) ซึ่งเป็นความบิดเบือนความเป็นจริงโดยไม่มีสิ่งเร้า การแปลสิ่งเร้าผิดเป็นการแปลผลความรู้สึก (อาศัยสิ่งเร้า) ที่มีขึ้นจริง ๆ ผิด ยกตัวอย่างเช่น การได้ยินเสียงโดยไม่มีเสียงจริง ๆ ในสิ่งแวดล้อมเป็นอาการประสาทหลอน แต่ว่า การได้ยินเสียงคนในเสียงน้ำที่กำลังไหลอยู่ (หรือในเสียงอื่น ๆ) เป็นการแปลสิ่งเร้าผิดละครไมม์ ผู้แสดงทำท่าเหมือนกับพิงอะไรอยู่ที่ไม่มีจริง ๆละครไมม์เป็นบทการละเล่นลวงตาที่สร้างขึ้นโดยอาศัยการเคลื่อนไหวกาย คือผู้เล่นละครสร้างภาพลวงตาโดยเคลื่อนกายเหมือนกับทำปฏิกิริยากับวัตถุที่ไม่มี …

Continue Reading
จิตวิทยา

เสียงลวงหู

ประสาทหลอนเสียงดนตรี (Musical Hallucination) หรือ อาการเสียงดนตรีหลอน เป็นประเภทหนึ่งของประสาทหลอนทางหู (auditory hallucination) เป็นคำเรียกความผิดปกติที่ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีหรือเสียงเพลง เป็นความผิดปกติที่หายาก ในงาน cohort study งานหนึ่ง ซึ่งเป็นงานวิจัยมีบุคคลเข้าร่วม 3,678 คน แต่มีเพียง 0.16% เท่านั้นที่รายงานว่ามีอาการนี้ตามหนังสือ Hallucinations (ประสาทหลอน) ของ น.พ. โอลิเวอร์ แซ็กซ์ รายงานการแพทย์เกี่ยวกับอาการนี้พิมพ์ครั้งแรกโดยจิตแพทย์ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Jules Baillarger ในปี ค.ศ. 1846แต่ว่า บทความวิทยาศาสตร์ที่พรรณนาถึงโรคนี้มีครั้งแรกในต้นคริสต์ทศวรรษ 1900 ส่วนในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นักวิจัยเบอร์รีโอส์ได้รายงานถึงเคสต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 1990 และ 1991 และนักวิจัยเคชะวานและคณะในปี ค.ศ. 1992เบอร์รีโอส์ได้สรุปว่า การมีหูหนวก โรคหู โรคสมอง วัยสูงอายุ และการใช้ยาเสพติด ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเกิดอาการนี้ และหลังจากที่ได้ทำการวิเคราะห์เคสถึง 46 …

Continue Reading